จันทรา อุษาคเนย์ : วรรณวรรธน์

Posted: กันยายน 13, 2010 in หนังสือ
 
"เราจะมีเพียงเจ้าคนเดียว เป็นบดีที่รักของเจ้า
เจ้าเป็นความรักหนึ่งเดียวในหทัยเรา
เราปรารถนาเพียงเจ้า…ทำหน้าที่เป็นศักติแห่งเรา "
 
ถ้าจะยกให้นิยายเรื่องไหนเป็นเรื่องที่หวานที่สุดเท่าที่อ่านมา เรื่องนี้คงจะได้เป็นอันดับต้นๆในนั้น
หวานซะจนอยากแปลงร่างเป็นเจ้าตมิสา พาตัวเองแว๊บหายไปอยู่ในวันเวลาของเจ้าชายจิตรเสนซะเลย
 
ผู้ใดตกอยู่ในห้วงวัฏจักรของความรัก…ก็คงว่ายวนในห้วงของความทุกขเวทนาหัวใจเจียนไหม้ ไม่รู้จักสิ้นสุด!
ประวัติศาสตร์ไม่รู้เรื่องด้วยหรอกนะ แต่ก็บรรยายจริงๆจังๆ สมจริงสมจัง
ภาษาเวลาบรรยายก็สวยซะจนเห็นภาพ จินตนาการตามไปถึไหนต่อไหน 

" ร่างน้อยหมดสติพลิ้วลอยตามวงแขนล่ำสัน สายตาทุกคนที่มองตามวรองค์นั้นต่างรับรู้อย่างเดียวว่า
ท่วงทีว่องไวปราดเปรียวของจอมทัพแห่งเศรษฐปุระโอบอุ้มนางในอ้อมพาหาช่างนุ่มนวลอ่อนโยนนัก
ราวกับองค์จิตรเสนกำลังทรงตระกองหอบปีกผีเสื้อแบบบางแสนสวย
กอดทะนุถนอมมิให้บอบช้ำสลาย นำพาร่างนางเข้าไปสู่ตำหนักใน " 

 
  
      ค่ายพำนักชั่วคราวของกระบวนเดินทางของเจ้าชายจิตรเสนปลูกก่อสร้างอยู่นอกเมืองศรีเทพ แม้พราหมณ์วราหมิจะกลับมาพำนักร่วมกับทุกคนที่ค่ายชั่วคราวแห่งนี้ แต่ทุกเช้าก็ต้องเดินทางเข้าไปถวายโอสถรักษาเจ้านางตามปกติ ทุกคนได้รับฟังเรื่องพระโฉมสะคราญของเจ้านางศรีดาราจากวิมาลและทหาร พากันพูดจาล้อเลียนประสาหนุ่มๆไม่หยุดปาก
      หนทางข้างหน้าของกระบวนเดินทางเหมือนจะชะลอหยุดอยู่กับที่กับความสำราญ ณ ศรีเทพแห่งนี้หลายสัปดาห์
      สายฝนเทกระหน่ำมากลางดึก ฤดูทำนาก็เป็นเช่นนี้ ดินชุ่มน้ำฟ้าชุ่มฝน แต่ผู้คนที่อยู่ใต้ฟ้านังตกอยู่ในความทุกข์หทัย วรองค์สูงประทับยืนบนลานกว้างที่หน้าที่ประทับ ป่านนี้คนที่นอนพักร่วมเรือนคงจะหลับไหล เงยพักตร์มองสายฝนยามค่ำที่โปรยปรายจากเวิ้งนภา อากาศแปรเปลี่ยนบ่งบอกว่าใกล้วันขึ้นสิบสามค่ำเดือนเก้าเต็มทน เหลือเวลาอีกไม่กี่เพลา เจ้าร่างบางที่นำพาความอ่อนหวานมาชโลมหทัย จะพรากจากพระองค์ไปไไม่มีวันกลับ แล้วพระองค์เล่าจักเหลือสิ่งใดอีกให้วาดหหวังในวันหน้า
ฝั่งทะเลหลายร้อมฝั่งยังสามารถหาหนทางไปถึง
แต่ฝั่งทะเลใหญ่ที่สุดสิเน่หา จำต้องส่งคืนไป ไกลลับชั่วนิรันดร์
พระองค์เสด็จขึ้นไปนั่งพิงฝาด้านนอกเฝ้ายามดั่งเช่นเคยปฏิบัติ แต่สายฝนทวีสาดแรงขึึ้น จึงลุกเลี่ยงหลบสายฝนเข้าไปห้องด้านใน มุ้งผ้าไหวยวบยาบ ราวกับร่างบางยังไม่ได้หลับสนิทอย่างที่คิด
"เราทำให้เจ้าตื่นหรือ" เพ่งมองผ่านความมืดครึ้มของฝนฟ้าด้านนอกเห็นเงาร่างบางนั่งก้มหน้าหรุบก้มต่ำ
""หม่อมฉันยังไม่หลับเพคะ…"
ตมิสาคลานออกมาจากมุ้ง ถวามผ้าเช็ดพระองค์ "เช็ดองค์เถิดเพคะ…ทรงเปียกขนาดนี้"
วรองค์สูงรับผ้าไปเช็ดองค์อยู่เงียบๆ สลับกับมองคนช่างเจรจาคลานเข่าไปจุดไส้ตะเกียงมะพร้าวตรงมุมห้อง แลเงียบงัน หน้ายังก้มงุด คืนนี้ ไฉนเจ้าร่างบางออกท่าทางแปลกนัก เหมือนคนเก็บกักหัวอกระทึกไว้ในใจ พักใหญ่จึงได้มีเสียงอ้อมแอ้มใสๆขึ้น
" จนบัดนี้หม่อมฉันก็ยังไม่ได้พาพระองค์ไปถึงฝั่งทะเลดั่งว่า แต่อีกไม่กี่วัน…ก็จะถึงกำหนด…วันสิบสามค่ำเดือนเก้าแล้ว " คนฟังลดผ้าที่เช็ดองค์พาดอังสาโอบชานุรับฟังเธออย่าตั้งหทัย "เรามิได้ทอดทิ้งเรื่องนั้นดอก…เราให้วราหมิไปจัดเตรียมพิธีให้เจ้าอยู่…คาดว่าน่าจะทำพิธีที่เขาถมอรัดใจกลางเมืองศรีเทพได้ บริเวณแถวนั้นมีเขาลักษณะประดุจดั่งลิงคบรรพต ย่อมมีอานุภาพแห่งองค์มหาเทพสถิตคุ้มครอง" ดวงหน้าน้อย ช้อนสายตาขึ้นหาพระองค์ " ฝ่าบาท หากเป็นเช่นนี้คงไม่เรียกว่าหม่อมฉันผิดสัญญาใช่ไหม เพคะ " วงพักตร์เข้มรับฟังเช่นนั้นถึงกับแย้มสรวลบางๆ " จะถือเช่นนั้นได้อย่างไร เพราะอุปสรรคนานาพัดพาให้พวกเรามาถึงที่นี่ คงเป็นลิขิตแห่งองค์พระมหาเทพที่ยังไม่ประสงค์ให้เราพบทางออกทะเลในเวลานี้ก็เป็นได้ แต่ก็อีกไม่นานนักดอก เราก็จะออกเดินทางตามเส้นทางที่เจ้าวาด ไปหาฝั่งทะเลดั่งว่า "  คนร่างบางอ้ำอึ้งอยู่สักครู่จึงค่อยๆขยับขานความนึกคิดออกมา "แล้วเช่นนี้ ตมิสาต้องถวายงานฝ่าบาทตามสัญญาหรือเปล่าเพคะ"  พระองค์เองยังฝืนกล้ำกลืน
ร่างบางรึงรัดนั่งอยู่เพียงชั่วรั้งกรโอบเข้าหา สายตาหวานวาวดูเอียงอายปนหม่นเศร้าจ้องมา เนตรสีนิลกร้าวของพระองค์สบประสาน เจ้าตัวก็รีบหรุบหลบขัดเขิน
ใจหนึ่ง…เราก็อยากให้เจ้าผิดสัญญานัก ตมิสาเอ๋ย
กิริยาทุกยาม ช่างน่ารักน่าทะนุถนอมนัก ได้แต่นั่งนิ่งงันท่ามกลางความอึดอักลักลั่นในหัวใจ หากมิใช่เพราะคำมั่น ข้าคงสะบั้นม่านที่กั้นขวางเราสองมาแต่หนไหน… ราวกับฟ้าเป็นใจ สายฟ้าแลบฟาดปลาบเปรี้ยง แสงเสี้ยววาบเจิดจ้าเห็นดวงตากลมวาวตื่นตระหนก ร่างน้อยสะดุ้งถลามาข้างหน้า ซุกเข้าหาวรองค์หนาพอดิบพอดี อ้อมพระกรรีบรับกระชับแน่น ไอตัวแต่ละคนอุ่นร้อนนัก ผิวเนื้อยังเนียนละมุนหอมกรุ่นไปทั่วกาย น่างน้อยซุกนิ่งอยูบนแผงอุระ เงาแก้มระเรื่อใสใต้แสงไฟช่างเย้ายวนตา หทัยข้าแทบด่าวดิ้นเพราะเจ้ามาหลายคราแล้ว…เจ้าจันทรา
   ก่อนเชยคางมนขึ้นมาตาสบตาวาวหวาม นาสิกค่อยๆกดซึมซับไล้ไปบนนวลแก้มหอมชื่น เจ้าอ่อนหวานเพียงนี้เชียวหรือตมิสา หอมละมุนอ่อนหวานเกินกว่าที่ข้าใฝ่ฝันหา…นับร้อยนับพันเท่า หยาดน้ำใสไหลมาต้องพักตร์ ร่างน้อยๆในอ้อมกรเริ่มสั่นเทาไปทั่ว
   เจ้ากำลังร้องไห้….
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s