The Hospital เกมชีวิต ลิขิตหัวใจ

Posted: เมษายน 9, 2009 in หนังสือ
     อา… หวังว่าชีวิตจริงของหมอจะไม่เป็นเช่นที่เขียนเอาไว้ในหนังสือ หากมีหมอแม้ซักคนทำตัวเลวร้ายแบบนี้ ความโชคร้ายต้องตกแก่คนไข้แล้ว เป็นพฤติกรรมที่อ่านแล้วชวนให้น่าตกใจ สลดหดหู่ และเกิดข้อกังขา หรือว่าอำนาจเงินทองยังสำคัญกว่าชีวิตความเป็นความตายของผู้คนอีก?  เพียงหวังว่าในชีวิตน้อยๆของข้าพเจ้า หลังจากเรียนหนักแล้วจะได้ทำงานอย่างสงบสุข ปราศจากเรื่องราวเหล่านี้รบกวนจิตใจ ข้าพเจ้าไม่ชมชอบตอแยบุคคลอื่นให้วุ่ยวาย และไม่ชมชอบให้บุคคลอื่นสร้างความวุ่นวายใจแก่ข้าพเจ้า ยินยอมเสียเปรียบสักเล็กน้อยเพื่อแลกกับความสงบสันติในชีวิต แต่หากแม้มีใครเอารัดเอาเปรียบอย่างใหญ่หลวง เช่นนั้นให้ยินยอมก็ถือว่าเกินไปแล้ว 
กวนซิน – วิสัญญีแพทย์ผู้มีแนวทางเป็นของตนเอง ถูกก็ว่าถูก ผิดก็ว่าผิด ยืนหยัดมั่นคงมีแนวทางเป็นของตัวเอง 
ซูอี๋หัว – ศัลยแพทย์ที่คลับคล้ายจะดี คลับคล้ายจะไม่ดี เพียงแต่โอนอ่อนตามกระแสสังคม ขาดความแข็งแกร่ง แม้สุดท้ายได้ขึ้นสู่ที่สูงกลับเหมือนคว้าจับไม่ได้อะไรเลย
ถังกว๋อไท่ – คนยามมีอำนาจบารมีมีคนยกย่องนับหน้าถือตา สุดท้ายเป็นอย่างไร? ล้วนจอมปลอมทั้งสิ้น
    หนทางแก่งแย่งชิงดีช่างสกปรกและน่ากลัว หากเรื่องราวเป็นดั่งเช่นในนิยาย ตักเตือนตนเอง อย่าได้พาตัวเข้าไปพัวพันสิ่งเหล่านี้ ยังคงเป็นเพียงหมอน้อยๆคนหนึ่งเถอะ 
 

 "ดิฉันไม่เชื่อว่าโลกนี้จะไม่มีความเที่ยงธรรมและความถูกต้อง

นอกเสียจากจิตใจของเราจะเป็นฝ่ายละทิ้งมันไปเอง"  

 
ผู้เขียน Hou Wen Yong : เกิดที่เมืองเจียอี้ ประเทศไต้หวัน
จบปริญญาแพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย National Taiwan University
ปัจจุบันเป็นนักเขียนอาชีพ ควบตำแหน่งรองศาสตราจารย์คณะ Medical Humanities
มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ไทเป
อาจารย์แพทย์แผนกวิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาล Wan Fang Hospital
และ วิทยาลัยแพทย์ National Taiwan University
 

ชิวชิ่งเฉิงและกวนซินสั่งกาแฟ แฮมเบอร์เกอร์และมันฝรั่งทอด หามุมเงียบๆมุมหนึ่งนั่งลง ถึงแม้ว่าโรงพยาบาลจะจัดร้านอาหารพิเศษไว้สำหรับแพทย์เฉพาะทาง แต่การคุยธุระที่นี่ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ไม่เหมือนในร้านอาหารสำหรับแพทย์เฉพาะทาง ที่ต้องคอยห่วงว่าโต๊ะข้างๆจะเงี่ยหูฟัง หรือห่วงคนที่อาจเดินเข้ามาขอร่วมวงอยย่างไม่รู้กาลเทศะ ชวนคุยแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง

ระยะนี้ไม่ว่าประชุมอะไรก็มีแต่ทะเลาะกันเรื่องของเฉินซินอี๋

เฉินซินอี๋เป็นอะไรหรือกวนซินถาม

ก็มีแต่เรื่องทะเลาะกันระหว่างภาคอายุรกรรมกับศัลยกรรมนั่นแหละ ต่างฝ่ายต่างมีความเห็นไม่ตรงกัน

ที่โรงพยาบาลนี้ มีวันไหนบ้างที่ไม่มีคนทะเลาะกันกวนซินพูดลอยๆ

บางทีลองคิดดู แต่ละเดือนได้เงินเดือนแค่นี้ อย่าว่าแต่ทำงานเลย แค่มาทะเลาะกันทุกวันก็ไม่คุ้มแล้วชิวชิ่งเฉิงหัวเราะ  เขาเทครีมเทียมกับน้ำตาลลงแก้วกาแฟ ซดไปอึกใหญ่ เมื่อคืนคณะบดีตามตัวผมไปที่ห้องทำงานกลางดึก พวกเขาอยากให้ผมเกลี้ยกล่อมคุณ

เกลี้ยกล่อมฉันเรื่องอะไร

คุณรู้ใช่ไหมว่าพวกนั้นเรียกค่าเสียหายแปดล้าน

ทำไมฉันต้องจ่ายค่าเสียหายแปดล้านด้วย อีกอย่างต่อให้ต้องจ่ายจริงๆฉันก็ไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น โรงพยาบาลเราให้เงินเดือนสักเท่าไหร่กัน คุณก็รู้อยู่!”

เท่าที่ผมรู้ ดูเหมือนคณบดีจะเอนเอียงไปทางจ่ายเงิน เขาไม่อยากให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือกลายเป็นของเล่นให้สื่อมวลชน

นั่นมันเรื่องของเขา ฉันไม่เกี่ยวนี่

เพราะฉะนั้น นี่คือข้อเสนอของเขา ให้คุณเป็นผู้รับผิดชอบ ในนาม ส่วนการเจรจาจริงๆแม้กระทั่งเงินชดเชยคณบดีสุยจะเป็นผู้จัดการเอง เขายังรับปากเรื่องเลื่อนตำแหน่งของคุณในโรงพยาบาล เขาจะช่วยเหลือเป็นพิเศษ

กวนซินไม่ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้ม

คุณยิ้มอะไร

คุณเชื่อคำพูดของเขาหรือ

หมายความว่ายังไง

ถ้าหากต้องโทษคดีทำผิดพลาดระหว่างการรักษา คุณคิดว่าคุณหมอสุยจะยอมติดคุกแทนคุณไหม

อย่าลืมสิ เขาไม่อยากให้เรื่องลุกลามไปถึงศาลหรือกลายเป็นข่าว อย่างน้อยข้อนี้เป็นความเห็นตรงกันของทั้งสองฝ่าย

กวนซินยังคงอมยิ้ม ส่ายหน้าตลอดเวลา

นั่นไม่ใช่ประเด็นเธอกล่าว ถ้าหากคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายอยู่แล้ว จะรีบไปเจรจาต่อรองทำไม

แน่นอน ข้อเสนอนี้เป็นแค่หลักใหญ่ๆ ในส่วนของรายละเอียดยังต้องคุยกันอีกที หากมองจากภาพรวมแล้ว ตำแหน่งคณบดีคณะแพทย์ออกจะโดดเด่นเกินไปหน่อย ถูกกดดันได้ง่ายดังนั้นหากคุณยอมแบ่งปันความรับผิดชอบบางส่วน เขาจะมีจุดยืนที่เป็นกลางมากขึ้นในการเจรจากับญาติคนไข้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

นี่มันเรื่องถูกผิดดีชอบ ไม่ใช่เรื่องหนี้สินสักหน่อย จะแบ่งปันหรือเปลี่ยนมือกันได้อย่างไร

แน่นอน มุมมองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่คิดดูอีกที ถือเสียว่าเป็นการช่วยเหลือ เพราะยังไงคุณก็ไม่ได้เสียหายอะไร!” ชิวชิ่งเฉิงกล่าว

อาชีพของเรา ขอแค่ได้ทำสุดความสามารถ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ภูมิใจแล้ว เพราะยังไงก็ตาม หมอก็ไม่ใช่พระเจ้า แต่อยู่ดีๆต้องมายอมรับความผิด กลายเป็นฆ่าคนโดยไม่เจตนา ไม่ว่าจะชดใช้เงินไปมากมายแค่ไหน คุณก็ยังหนีไม่พ้นข้อกล่าวหา ทำอาชีพหมอ ถ้าหากในใจไม่มีเกียรติและศักดิ์ศรี ก็เลิกทำได้แล้ว ฉันถามคุณหน่อย คุณยังอยากเป็นหมอต่อไปหรือเปล่า ถ้าอยากจะเป็นต่อไป เกียรติ ศักดิ์ศรี ไม่ใช่สิ่งสำคัญหรือ นี่หรือไม่มีอะไรเสียหาย

อย่างน้อยคุณหมอสุยก็รับปากว่าจะช่วยเหลือคุณเต็มที่เรื่องเลื่อนตำแหน่ง ก็ถือว่าแสดงน้ำใจเต็มที่แล้ว เราทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ ส่วนเขาก็เป็นคณบดี คุณจะไปแหย่เขาทำไม

ฉันทำงานในหน้าที่แพทย์เฉพาะทางของฉันให้ดีที่สุด ไม่เคยอยากจะเลื่อนตำแหน่ง ฉันก็ไม่เคยไปแหย่เขามาก่อน เขาต่างหากที่ขอให้คุณมาแหย่ฉัน

เห็นว่ากวนซินขู่ฟ่ออย่างนี้ ชิวชิ่งเฉิงชูสองมือ ทำท่ายอมแพ้

ขอโทษที ฉันรู้ว่าคุณหวังดีกวนซินยิ้ม ขอบคุณที่อุตส่าห์มาบอกฉันเรื่องพวกนี้ ฉันใจร้อนเกินไป

– – – – – – – – – – – – –

รถแท็กซี่เลี้ยวเข้าไปในซอยลึกที่สมัยก่อนทั้งสองเดินด้วยกันเป็นประจำ อาศัยแสงไปถนนประปรายและแสงสะท้อนจากแอ่งน้ำตามรายทาง ซูอี๋หัวยังคงมองเห็นกำแพงอิฐมอญเหล่านั้น และได้ยินเสียงเริงระบำของใบไม้ยามต้องลม บอกไม่ถูกว่าทำไม แต่มันทำให้เขารู้สึกสบายใจ แม่ว่าเมืองไทเปทั้งเมืองจะตีฆ้องร้องป่าว ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวแค่ไหน แต่ ณ ที่นี้ ก็ยังมีเส้นทางสงบในความทรงจำอยู่สายหนึ่ง

เมื่อก่อน เขานั่งรถประจำทางส่งกวนซินกลับบ้าน ต้องเดินเข้าซอยนี้นี่เอง ทุกครั้งเมื่อต้องแยกกัน จะอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมจาก ซูอี๋หัวจำได้ว่าครั้งหนึ่งกวนซินเสนอว่าจะนั่งรถประจำทางสาย 32 ส่งเขากลับบ้านสักรอบ คืนนั้นทั้งคู่ส่งกันไปส่งกันมาบนรถประจำทางสาย 32 จะกระทั่งรถประจำทางเที่ยวสุดท้าย

ในไฟล์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของเขา ยังมีรูปภาพที่กวนซินนั่งรถไปส่งเขาใบหนึ่ง ฉากหลังของรูปภาพก็คือป้ายรถประจำทางหมายเลข 32 ต้นนั้นนั่นเอง ด้านหลังของรูปภาพใบนั้น กวนซินเขียนว่า

มอบให้ซูอี๋หัว

ฉันเชื่อว่าในชีวิตคนเรา มีความงดงามบางอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ถ้าหากสิบปีให้หลังเมื่อเธอต้องผ่านป้ายรถประจำทางหมายเลข 32 ป้ายนี้อีกครั้ง หากเธอคิดอะไรขึ้นมาได้ ถึงเวลานั้น กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์สิ่งที่ฉันเชื่อมั่นอยู่ในขณะนี้

สมัยวัยรุ่น คนทั้งสองมกจะโต้เถียงกันอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนเกี่ยวกับเรื่องราวที่เป็นนามธรรม หรือชั่วนิจนิรันดร์กาล ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง สิบปีต่อมา ค่ำคืนที่ฝนฟ้าคะนอง หนุ่มสาวนั่งข้างกันเงียบๆในรถแท็กซี่ เคลื่อนผ่านป้ายรถประจำทางสาย 32 ที่ควรจะพิสูจน์อะไรบางอย่างกับพวกเขา

ความรู้สึกหลายอย่างที่บรรยายไม่ถูก ทั้งสองเคยอ่อนต่อโลกถึงขนาดที่เชื่อมั่นว่าบางสิ่งบางอย่างจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง พวกเขาเคยคิดอย่างไม่แยแสฟ้าดินว่ากาลเวลาสิบปีนั้นไม่มีวันผ่านไป หรือไม่ก็ขออีกแค่สิบปี ก็จะพิสูจน์อะไรขึ้นมาได้ บางครั้งคิดดูอีกที การมีชีวิตอยู่ ที่แท้จริงก็เพียงเพื่อเติมเต็มตัวต่อจิ๊กซอว์ที่ดูเหมือนสวยสดงดงามของอนาคตกาล โชคร้ายก็คือเมื่อชีวิตค่อยๆเลื่อนเลยผ่านไป เมื่อไพ่ตายค่อยๆถูกหงายขึ้นทีละใบ คำตอบกลับชวนให้คนเรากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

– – – – – – – – – –

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s