Jumper: คนโดดกระชากมิติ

Posted: มีนาคม 4, 2008 in movies/series
 
 
Jumper 
 
แนว : แอ็คชั่น-ทริลเลอร์-ไซไฟ
นำแสดง : เฮย์เดน คริสเตียนเซ่น, ราเชล บิลสัน, เจมี่ เบลล์, ซามูเอล แจ็คสัน 
ผู้กำกับ : ดั๊ก ลีแมน 
 
 เดวิด ไร้ซ์เติบใหญ่ขึ้นมา พร้อมกับความสามารถพิเศษที่ใครๆ ต่างก็อยากมี
เขาเคลื่อนที่ไปยังที่ใดในโลกก็ได้ดังใจปรารถนาโดยอาสัยช่องโหว่ของกาลเวลา
ก้าวจากที่หนึ่งไปยังตึกใดก็ได้ ไปยังเมืองใดก็ได้ เพียงพริบตาเดียวเขาก็ "โดดกระชากมิติ"
จากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง แล้วก็กลับมายังจุดเดิมได้ดังใจสั่งเลย
เย็นวันเดียวกันเขาปรารถนาจะชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าสัก 20 ครั้งก็ไม่ใช่เรื่องลำบาก
เช้าวันไหนอยากไปรับประทานอาหารเช้าบนยอดสฟิงซ์ในอียิปต์ (Egyptian Sphinx) ก็ไม่ยาก
แล้วจะขึ้นกระดานเซิร์ฟโต้คลื่นที่ออสเตรเลีย (Australia) ทั้งวันก็ย่อมได้
พลบค่ำก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศดินเนอร์สุดหรูในกรุงปารีส (Paris)
ก่อนจะไปตบท้ายของหวานที่ญี่ปุ่น (Japan) ก็สบายๆ

           เขายังโดดทะลุกำแพงเข้าไปยังเซฟของธนาคาร และห้องลับสุดยอดที่ไหนก็ได้
แต่เขาก็ได้อาศัยความสามารถพิเศษนี่แหละพยายามหนีให้พ้นอดีตอันขมขื่น
ตักตวงหาผลประโยชน์จากความสามารถพิเศษอย่างเต็มที่
และไม่คิดจะพึ่งพาใครทั้งสิ้น เขาไม่เคยล่วงรู้ถึงขอบเขตหรือข้อจำกัดของความสามารถพิเศษนี้มาก่อน
หรือแม้แต่พันธะที่จะตามมากับมันด้วยซ้ำ จนกระทั่งบัดนี้

           เมื่อ เดวิด รู้จักกับชายหนุ่มอีกคน
ที่มีความสามารถพิเศษเช่นเดียวกันชื่อ กริฟฟิน (Griffin รับบทโดย เจมี่ เบล – Jamie Bell)
หนุ่ม หัวขบถสุดก้าวร้าวที่เดินทางท่องโลกมาอย่างโชกโชน
เดวิดจึงได้รู้ถึงข้อเท็จจริงที่คาดไม่ถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาไม่ได้คนพิเศษที่ผิดธรรมชาติเพียงคนเดียวในโลก
หากแต่เป็นหนึ่งในความพิเศษทางพันธุกรรมที่เรียกกันว่า เหล่าจัมพ์เฟอร์ (Jumpers)
ซึ่งต่างก็กำลังตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง

            บัดนี้เดวิดก็ถูกขึ้นบัญชีดำขององค์กรลับ
ที่สาบานตนว่า จะกำจัดเดวิดและปราบเหล่าจัมพ์เฟอร์ให้สิ้นซาก
และเขาก็ตกเป็นเหยื่อของการไล่ล่าอย่างไร้ความปรานี
ซึ่งจะตามติดไปทุกแห่งหนทั่วโลก
ดวิด กลายเป็นหมากสำคัญตัวที่จะได้เห็นสงครามล้างเผ่าพันธุ์ที่เข่นฆ่ากันอย่าง บ้าคลั่ง
แต่ไม่เป็นที่รู้เห็นแก่สายตาของชาวโลกทั่วไป และยืดเยื้อยาวนานมาหลายชั่วอายุคนแล้วด้วย
     

   
– ข้อมูลจาก kapook.com –
เนื่องด้วยน้องมีนโทรมาชวนไปดูเรื่องนี้ด้วยความฉุกละหุกซะเหลือเกิน ข้อมูลก็เลยไม่พร้อม
ไปนั่งดูด้วยอาการจะว่างงก็ไม่ใช่ ไม่รู้เรื่อง ยิ่งไม่ใช่กันไปใหญ่ เพียงแต่มันไม่ Crystal Clear เท่านั้นเอง
สำหรับเอฟเฟคการ Jump เยี่ยมมาก มีคนว่ามันเหมือน Teleport ซึ่งเห็นด้วย แต่ดูไปดูมาก็เกิดคำถาม
จนมาถึงบางอ้อ เมื่อได้ข่าวว่าเป็นหนังไตรภาค ซึ่งเป็นธรรมดาที่ต้องทิ้งปม (มันทิ้งไว้เยอะจัง)
ถ้าไปดูแล้วคาดหวังมาก ก็คงต้องผิดหวังกันไป ยกเว้นสาวๆที่แอบกรี๊ดบรรดา Jumper
ก็อาจจะมองเรื่องนี้เกรดดีขึ้นมาหน่อย
ถ้าไปแบบไม่คิดอะไรมาก ก็จะกลับออกมาแบบไม่คิดอะไรมากเหมือนกัน 555+
เพราะหนังมันเบาโหวงเหวงซะเหลือเกิน
 
โดดล่องหน" ปรากฏการณ์พิเศษ ใน "Jumper"
 
ตลอดเวลาที่ผ่านมาในโลกเรายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษในการหายตัวจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้
หรือที่เรียกว่า
"โดดล่องหน" พวกเขาใช้ความสามารถนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
ในการหลบหนีศัตรูหรือเปลี่ยนแปลงอดีต 
       ความสามารถในการโดดล่องหนนี้เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีมาหลายต่อหลายศตวรรษแล้ว
(แม่พระเอกเป็นพาลาดินส์ พ่อเป็นคนธรรมดา
แล้วทำไมลูกเป็น Jumper ได้หว่า?? )
และผู้คนเหล่านี้ก็มีอิสระในการพาตัวเองไปที่ไหนในโลก เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ 
           ประสบการณ์และอารมณ์มีบทบาทสำคัญในการโดดล่องหน
การโดดแต่ละครั้งต้องอาศัยสภาพจิตใจที่พร้อม เพราะมันอาจเกิดอันตรายใหญ่หลวงได้

มนุษย์พันธุ์พิเศษกลุ่มนี้จะเริ่มหายตัวได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ
และยิ่งมีการฝึกฝนบ่อยขึ้น การโดดก็จะทำได้คล่องแคล่วขึ้น
อย่างไรก็ตามแม้แต่ผู้ที่มีทักษะดีที่สุดก็อาจก่อความเสียหายให้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้
(อ่อ… อย่างงี้นี่เองที่บางทีห้องมันก็พัง บางทีก็ไม่พัง)
ถ้าตอนโดดอยู่ในภาวการณ์คับขัน มีความโกรธ หรือมีอารมณ์รุนแรง 
           เมื่อคนโดดล่องหนจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง มันเป็นเหมือนการเจาะช่องของมิติเวลา
สิ่งที่เห็นได้จากการโดดล่องหนคือรอยเงา
ซึ่งจะล่องลอยอยู่ในอากาศประมาณ 2-3 วินาที เหมือนควันบุหรี่
 
          รอยเงานี้จะเป็นอันตรายต่ออะไรก็ตามที่พยายามจะสัมผัสมัน
เช่นลูกปืนที่ระเบิดใกล้ๆ รอยเงาก็จะส่งผลร้ายแรงชนิดที่คาดไม่ถึง
นั่นคือเหตุผลที่พวกพาลาดินส์ [นักล่า] ไม่กล้าใช้อาวุธทั่วๆ ไปใกล้ตัวพวกโดดล่องหน 
           แต่รอยเงานี้ก็เป็นประโยชน์สำหรับพวกโดดล่องหนในการตามตัวคนอื่นๆ
ที่โดดหายไป เพราะเขาจะหายตัวไปที่ไหนในโลกก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ

("ฉันตามรอยเงาของนายมา" ในหนังมันบอกแค่นี้…)

กฎของการโดดล่องหน 
           1. ผู้โดดล่องหนจะหายตัวไปได้เฉพาะในที่ที่เคยไปมาก่อนหรือที่ที่มองเห็นเท่านั้น
           2. ผู้โดดล่องหนสามารถนำสิ่งของติดตัวไปได้ แต่ต้องเป็นของที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับพื้น
           3. ผู้โดดล่องหนจะไม่สามารถหายตัวไปได้ถ้าตัวถูกยึดติดกับพื้นหรือถูกมัดอยู่กับสิ่งของที่ติดกับพื้น
           4. ปัจจัยสำคัญ 4 ประการที่มีผลต่อการโดดล่องหน
ระดับความสามารถ 
          ตั้งแต่ขั้นฝึกหัดถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ มีผลอย่างยิ่งต่อความแม่นยำของการโดดล่องหน 
ยิ่งแม่นยำมากก็จะช่วยลดผลกระทบข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
ผู้โดดขั้นฝึกหัดที่ยังไม่ชำนาญจะสร้างผลกระทบเกิดขึ้นมากมาย
และทิ้งรอยเงาไว้อย่างเห็นได้ชัด   
สภาวะอารมณ์ 
          ตั้งแต่สงบนิ่งถึงเดือดดาล
สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อความความสามารถในการโดดล่องหนเช่นกัน
ยิ่งอารมณ์เดือดดาลพลุ่งพล่านมาก ผลกระทบข้างเคียงก็จะเกิดขึ้นมาก
แต่ถ้าผู้โดดค่อนข้างสงบนิ่ง ก็จะมีผลกระทบน้อยหรือแทบจะไม่ทิ้งรอยเงาไว้เลย 
ความตั้งใจ 
         ไม่ทิ้งร่องรอยหรือตั้งใจทำลายล้าง
ผู้โดดล่องหนที่มีทักษะดีจะสามารถควบคุมผลกระทบจากการโดดได้
หากเขาตั้งใจจะทำลายล้าง ก็อาจทิ้งพลังร้ายไว้ป่วนพื้นที่ที่เขาจากมาได้  
อุปสรรค 
          จากง่ายไปยาก ถ้าการโดดทำได้ยาก
ก็จะส่งผลกระทบหนักหน่อย เช่น ครั้งแรกที่โดดล่องหนไปพร้อมกับรถยนต์
ก็จะค่อนข้างลำบาก

พาลาดินส์

           นานตราบเท่าที่มีพวกโดดล่องหนในโลกนี้ ก็มีกลุ่มคนหนึ่งที่เป็นพวกล่า ซึ่งเรียกตัวเองว่า “พาลาดินส์”
เป็นลัทธิโบราณที่มีความฝังใจว่าพวกโดดล่องหนเป็นคนที่คุกคามและสร้างความปั่นป่วนให้โลก
พาลาดินส์ได้แพร่ขยายไปในกลุ่มองค์กรที่กระหายสงคราม
และพวกนี้ก็พร้อมตามล่าและฆ่าพวกโดดล่องหนทั่วโลก   
           กลุ่มพาลาดินส์เชื่อว่าพวกโดดล่องหนนี้มีพลังอำนาจมากเกินกว่าที่จะให้อยู่ร่วมกับมนุษย์ทั่วไปได้
และการโดดของพวกนี้ก็ส่งผลกระทบที่ร้ายกาจต่อโลก พาลาดินส์รุ่นใหม่ๆ
จะถูกคัดเลือกจากสมาชิกครอบครัวและรับมอบภารกิจกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

(เดาว่าลูกสาวเจ๊คนนั้นต้องมีบทบาทไม่ธรรมดา)
  
           พวกพาลาดินส์ได้สั่งสมประสบการณ์และความสามารถพิเศษมาช้านาน
ในการจับจุดพวกโดดล่องหนที่กำลังจะหายตัว
และพวกเขาก็ต้องตระเตรียมอาวุธพิเศษเพื่อใช้ในการต่อสู้กับพวกนักโดด 
ทุกวันนี้พวกพาลาดินส์ประสบความสำเร็จในการฆ่าพวกโดดล่องหนมากมาย
เพราะเขาตามล่าและฆ่ากันตั้งแต่ตอนที่พวกนี้เริ่มโดดครั้งแรกในอายุ 5 ขวบ
(มิน่าไอ้นั่นถึงสงสัยว่าทำไมพระเอกอยู่มาได้นานขนาดนี้
ตอนแรกคิดว่า Jumper จะตายเร็วซะอีก
…แล้วมันจะล่ากันเพื่ออะไร??)
ซึ่งเป็นช่วงที่ยังอ่อนหัดและประสบการณ์น้อย
ทำให้มีพวกโดดล่องหนน้อยคนนักที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไปได้

อาวุธของพาลาดินส์

           พาลาดินส์ได้สร้างอาวุธพิเศษที่ใช้จับตัวและฆ่าพวกนักโดด
หนึ่งในอาวุธที่สำคัญได้แก่เครื่องยึดตัว ลักษณะคล้ายปืนที่จะยิงโซ่ออกมาตรึงตัวคนได้
เอาไว้ล่ามและช๊อตไฟไม่ให้พวกโดดล่องหนหนีขณะที่พวกเขาเตรียมฆ่า
และยังมีอาวุธคล้ายตาข่ายไฟฟ้าที่เอาไว้ใช้จับกุมพวกนักโดด

 
– ข้อมูลจาก Kapook.com –
 
กับคำถามที่เกิดขึ้นเมื่อหนังจบ
จะเป็นอย่างไรหนอ ถ้าได้เป็น Jumper บ้าง
ก็คงมีอิสระเสรีที่จะที่ไหนๆตามใจชอบก็ได้
แต่เมื่อมองลึกเข้าไปแล้ว การทำแบบนี้ยิ่งส่งเสริมให้เราหนีปัญหา
ไม่ยอมเผชิญหน้ากับมัน… ซึ่งในความเป็นจริง อาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้
(เพราะมันจะเลวร้ายกว่าไง 555+)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s