นั่งคุยกับความรัก – เชิด ทรงศรี

Posted: พฤษภาคม 11, 2007 in หนังสือ
 
 
 
ชื่อหนังสือ : นั่งคุยกับความรัก
  หมวด : วรรณกรรม — คลาสสิก/รักอีโรติก
  ผู้แต่ง : เชิด ทรงศรี
  จัดพิมพ์โดย : สนพ. Macaroni book มติชนหนุนหลัง
  พิมพ์ครั้งที่ ๑ : สำนักพิมพ์มติชน กรกฎาคม ๒๕๔๗
  กระดาษปอนด์เหลืองปกอ่อน
  จำนวนหน้า : 208 หน้า
  ขนาดหนังสือ : 13.2 cm. x 19 cm.
 
หากคุณเคยมีรัก
คุณต้องพานพบอุปสรรคและหากอุปสรรคคือมาตรวัดความรักแท้
คุณจะมั่นคงแค่ไหนกับการต่อสู้ที่อาจยาวนานชั่วชีวิต?
. . .
หากคุณเคยผิดหวัง
เมื่อเวลาผ่านไป – –
ความรักยังหลงเหลืออยู่ในหัวใจหรือไม่?
ความรักจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บซ้ำเคืองแค้น
หรือความทรงจำที่งดงาม?
. . .
 
ธรรมดาชื่อหนังสือเล่มนี้คงไม่เตะตาข้าพเจ้าขนาดหยิบออกมาอ่านเท่าใดนัก
แต่เนื่องจากกำลังนั่งเบื่อๆในห้องทำงานของพระมารดา มองไปเห็นบนโต๊ะวางหนังสือเอาไว้หลายเล่ม
มีอยู่เล่มนึงเล็กกว่าเพื่อน แทรกอยู่ในกองหนังสือรกๆนั่นแหละ
มีที่คั่นหนังสือคั่นเอาไว้ด้วย ก็เลยหยิบออกมาดู
"นั่งคุยกับความรัก" หืม?.. ท่านแม่ข้าพเจ้าเหรออ่านหนังสือแบบนี้
ด้วยความแปลกใจก็เลยหยิบมาเปิดอ่านดู
ไปๆมาๆครึ่งเล่มไม่ทันรู้ตัว
มันไม่ใช่หนังสือประเภทรักหวานหยดย้อย พร่ำเพ้อพรรณนาอะไรเทือกนั้นหรอก
เป็นหนังสือที่เขียนถึงชีวิตของคนๆนึง ที่มีความรัก เท่านั้นเอง
อ่านไปก็ไม่ได้ซาบซึ้งเท่าไหร่หรอก แต่สำนวนคนเขียนสนุกดี
มีอะไรให้คิดตามมากกว่าคำว่ารัก
มีแง่คิดของการดำเนินชีวิต ความอดทน ต่อสู้ โดยมีความรักเป็นแรงผลักดัน
– – – – –
  • "ผมคิดถึงคุณมาก ผมจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความเจริญก้าวหน้า ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อให้มีเกียรติและมีค่า พอกับไมตรีจิตและความคิดถึงของคุณ"
  • "เราไม่ได้คิดถึงอากาศที่เราหายใจเข้าออกก็จริง ทว่า,ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่กับ ๘๖,๔๐๐ วินาที-ต่อวัน, ตราบนั้นลมหายใจแห่งความรักจักช่วงชิงเวลามาให้แก่ความคิดถึงได้เสมอ!!" <<<(เอื๊อก!!!)
  • ที่ผมบากบั่นมาเรียนวิชาการภาพยนตร์ด้วยความหวังจะสร้างหนังแบบอเมริกัน โดยเข้าใจเอาว่า การทำหนังไทยให้ "เหมือน" หนังฝรั่งได้ ถือเป็นความสามารถและทันโลก-ทันสมัยอย่างยิ่ง อะไรที่เป็นไทยๆไม่ว่าขนบประเพณีหรือวัฒนธรรมไทยถูก "คนรุ่นใหม่" -รวมทั้งผมที่กำลังเป็นอยู่ด้วยค่อนแคะว่าเชย-เฉิ่ม แล้วต่างก็วิ่งหนี-กระโจนสู่วัฒนธรรมฝรั่ง ใช้วัฒนธรรมฝรั่งแบ่งแยกความเป็นคนรุ่นใหม่ – รุ่นเก่า
    นักการค้าทั้งหลายก็ยึด "คนรุ่นใหม่" เป็นเป้าหลักโฆษณาขายสินค้าของตน โดยไม่มีใครนำพารักษษ "ความเป็นไทย" กันเลย
    ลัทธิคลั่งอยากเป็น "คนรุ่นใหม่" -อินเทรนด์ ทำให้ผมเดินทางข้ามโลกมาเรียนรู้ด้วยความอยากตามอย่างเต็มประดา แต่แล้วคำตอบเพื่อ-"การมีชีวิตที่ดีกว่า"-ที่ผมได้รับจากตัวเองในแมคอาร์เธอร์ปาร์ค เปลี่ยนความอยากในวันวัยแห่งความเป็นหนุ่มของผมให้ตรึกตรอง…
    สิ่งที่ทำความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะที่เรียก-วัฒนธรรม-ของอเมริกัน อาจจะเหมาะสมกับชาวอเมริกัน แต่ผมเป็นชาวไทยและไทยบ้านนอก อีกทั้งได้ตระหนักแล้วในความเป็น – อยู่ – คือของ "ชีวิตที่ดีกว่า"
    ผมจึงเห็นว่าวัฒนธรรมของไทยยังเหมาะสมกับชาวไทย อย่างน้อยก็บางสิ่งที่ยังพอไปด้วยกันได้กับความสมัยใหม่ที่กำลังพุ่งไปไซเบอร์ไทม์
  • เมื่อกลับเมืองไทยเชิดไชยภาพยนตร์จึงสร้างหนังย้อนอดีต ระบบ ๓๕ ม.ม. เรื่อง "แผลเก่า" ใช้สโลแกนประหนึ่งชูธงศึกประกาศค่าวัฒนธรรมไทย โดยไม่แลหลังด้วยซ้ำว่าจะมีใครอื่นจากภาครัฐบาลหรือเอกชนมาปรบมือเชียร์หรือโห่ไล่
    "เราจักสำแดงความเป็นไทยต่อโลก!"
    ใครอย่าค้านเลย – ไม่ฟัง!
    คำแนะนำ "ด้วยความปรารถนาดี" – ไม่เอา!!
    สายหนังไม่ยอมซื้อ "แผลเก่า" – ไม่ง้อ!!! เจ๊งเป็นเจ๊ง สิ้นเนื้อประดาตัวก็ยอมแล้ว ผมจะยกย่องเชิดชูปู่ย่าตายายที่เป็นบรรพบุรุษไทยของผม ท่านได้สร้างขนบประเพณีและศิลปวัฒนธรรมมอบไว้ให้เป็นมรดกของลูกหลาน จริงอยู่ มีหลายอย่างเก่า – ผุ – พ้นสมัย แต่ก็มีอีกหลายอย่างยังคงเป็นเพชร – เป็นทองคำ
    ยั้งคิด – พิจารณากันบ้างเถิด อย่าเห่อเฮตามกันตะพึดตะพือ รับเอาวัฒนธรรมต่างประเทศมาเทกลบเพชร-ทองของ "ความเป็นไทย"

    – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

    คุณครับ,
        เรียนหนังสือ,สอบไล่คือมาตราวัดความรู้มาก – น้อย ทราบได้จากเปอร์เซ็นต์หรือเกรดที่เป็นผลปรากฏ การสอบไล่ครั้งสุดท้ายคือการสรุปผลความรู้ในการเรียน      โดย มีเวลาของความเป็นนักศึกษากำหนด
        ความรัก, อุปสรรคคือมาตราวัดความจริงแท้มาก – น้อย ทราบได้จากการต่อสู้…ยอมตายคาเวที หรือยอมแพ้ตั้งแต่เจออุปสรรคแรก?…


    มั่นคงแค่ไหนกับการต่อสู้ที่มีความนานของเวลาชั่วชีวิต
    และวัดผลสรุปครั้งสุดท้ายจากเฮือกลมหายใจที่ไม่มีหนต่อไปสืบเนื่อง

    – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 
 
 
ความเห็น
  1. แพรวพรรณ พูดว่า:

    ความรักจะถูกแทนที่ด้วยความเจ็บซ้ำเคืองแค้นหรือความทรงจำที่งดงาม?

  2. Liwpor พูดว่า:

    นั่งคุยกับความรัก… เรื่องนี้เหมือนเคยผ่านเข้ามาในสายตาที่ไหนสักแห่ง (โห่!! สำนวน)
     
    ห๊ะๆ คงเป็นที่ห้องสมุดโรงบาลล่ะมั้ง ^^
     
    เคยคิดจะเปิดอ่านเหมือนกันนะ ชื่อเรื่องมานน่าสนใจอ่ะ
     
    เท่าที่ก้อยเล่ามา..อ่านแล้วคงได้อะไรหลายๆอย่างรวมถึงมุมมองใหม่ๆ ในเรื่องความรัก รึป่าวน๊า?
     
    ^^
     
    Give me one kiss. May B one smile .
     
    Only one tough, that\’s enough.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s