Breath ..again

Posted: มกราคม 18, 2007 in Uncategorized
 
 
 
เฮ้อ… โล่งอก!!!
ในที่สุดก็มีชื่อเป็นนักศึกษาแล้ว (จริงรึเปล่าเนี่ย??) มันอาจจะมีข้อผิดพลาดภายหลังก็ได้
ขอแสดงความยินดีด้วย สำหรับคนที่ไปถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว
ส่วนคนที่ยัง หวังว่าจะพยายามให้มากๆกว่าเดิม ตั้งใจมากๆ อย่าท้อนะ เป็นกำลังใจให้เสมอ
สำหรับใครที่มีอะไรให้ช่วยเหลือ ถ้าทำได้ก็จะทำให้ (จะพยายามทำให้^^)  
เป็นกำลังใจให้ครับผม
 
…ตอนนี้ถึงเวลาบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้ระลึกไว้ในความทรงจำละ
ความรู้สึกของคนที่สอบไม่ติด กับคนที่สอบติดได้เรียนรู้มาทั้งสองแบบ เป็นบทเรียนที่ล้ำค่ามากๆ
มข. ให้ประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การจดจำตั้งแต่ยังไม่ก้าวย่างเหยียบเข้าไปเป็นนักศึกษาเลยทีเดียว…
 
 
 
 
 
  • พลาด??

วันที่ประกาศผลสอบโควต้า มข. เป็นวันที่ได้เรียนรู้คำว่า "ผิดหวัง" อย่างจริงจัง เพราะตั้งแต่เกิดมา ถึงไม่เคยคิดว่าตัวเองสูงส่ง แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองด้อยกว่าใครทำให้เวลาทำอะไร จะมีความมั่นใจในตัวเอง และเชื่อมั่น แต่วันนั้น.. ความรู้สึกแรกคือชา อึ้งไปเลย.. จากนั้นก็เดินมาที่โต๊ะหนังสือ เปิดหนังสือชีวะอ่าน ตัวหนังสือแต่ละตัวผ่านสู่สายตา และก็ผ่านไป พูดโทรศัพท์กับเพื่อนๆคนแล้วคนเล่า อย่างน้อยเพื่อนๆก็ยังอยู่ข้างๆ แต่ความรู้สึกตอนนั้นว่างเปล่าเหลือเกิน เหมือนกำลังยืนอยู่ในที่เวิ้งว้างว่างเปล่าสีขาวโพลน มีแต่ข้อความของเพื่อนคนนึง ที่เป็นเหมือนเก้าอี้วางอยู่ รอให้เข้าไปนั่ง
" ไม่ต้องเสียใจนะก้อย เค้าจะช่วยเพินทุกอย่าง เค้าสัญญา " …
ขอเวลาซัก 2 – 3 ชั่วโมงนะ ตื่นขึ้นมาแล้วจะเป็นปกติเอง
และเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลังจากหลับไปได้ไม่นาน
ขอบคุณมาก… ไม่เชื่อใช่ไม๊หละว่าคนอย่างก้อยจะทำไม่ได้ คราวนี้เห็นแล้ว เชื่อรึยัง
ช่วยทำให้ร้องไห้ทีได้รึเปล่า? เผื่อจะดีขึ้นบ้าง…  
หลายวันต่อจากนั้น.. ความมั่นใจถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ความเชื่อมั่นไม่หลงเหลืออยู่เลย ความรู้ที่มีอยู่ ที่ทุ่มเทอ่าน เล่าเรียนมา ใช้ไม่ได้เลยเหรอ? ความสามารถที่คิดว่าตัวเองมี จริงๆแล้วมันไม่มีใช่ไม๊?? ถึงอย่างนั้นก็เถอะ กำลังใจที่ได้มาก็ทำให้ฮึดขึ้นมาอีกครั้งนึง จาก มข. ก็เบนเข็มไปที่ จุฬาฯ ซึ่งไม่เคยคิดจะอยากไปอยู่เลย
อุตส่าห์พยายามหาข้อดีของจุฬาฯต่างๆนานา ในที่สุดก็ทำใจยอมรับได้ จะไม่มีการพลาดครั้งที่สองเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดแล้วก็เริ่มอ่านหนังสือใหม่อีกครั้ง …อย่างหนัก

  • ความหวัง??

เมื่อตัดใจจาก มข. โดยสิ้นเชิงแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องสนใจ อะไร ใดใด อีกทั้งสิ้น ตอนนี้เป้าหมายคือจุฬาฯที่เดียว ดังนั้นตอนเพื่อนบอกว่ามีประกาศรายชื่อเพิ่มก็เลยเฉยๆ มันไม่มีหรอก ตอนนั้นยังไม่มีรายชื่อเพิ่มเลย จากนั้นไม่นานผลคะแนนก็ออก เรียกความเชื่อมั่นที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ส่วนนึง ใช่! ต้องไม่มีคำว่าพลาดอีกแล้ววันนึงก็เกิดเป็นไข้ขึ้นมา (แย่มาก ชอบไม่สบายตอนสำคัญๆ เหมือนตอนสอบมหิดลนั่นไง _ _") แต่ว่ายังไม่บอกใคร (บอกก็โดนบังคับนอนเด่ะ) คิดดูสิบ้าเลือดขนาดไหน นั่งอ่านหนังสือทั้งที่ตัวร้อนๆนั่นแหละ ความรู้สึกมันบอกว่า ถ้าไม่ติดน่ะ ทรมานกว่าไอ้อาการที่ไม่สบายอยู่ตอนนี้อีกนะ อดทนๆ ยังไงก็ต้องอดทน
พอถึงวันกีฬาประเพณีเบ็ญ – นารี (ขอโทษที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย อาการไม่ค่อยดี) เล่นปิงปองอย่างเดียวเลยวันนั้น อ๋อ มีแอบนอนหลับด้วยแป๊บนึง ตอนนั้นไม่ไหวจริงๆค่ำๆก็กำลังจะกลับบ้านกันเลยเอามือถืออกมาดู (วันนั้นโบกับบิวกลับด้วย)
5 สายไม่ได้รับ อาซ้อ ท่านแม่ และก็ฟ้า มีอะไรกัน?? 
 
โทรกลับหาอาซ้อก่อน ไม่รับ อะไรของแก?? ท่านแม่คงโทรมาถามว่าจะกลับค่ำรึเปล่า งั้นไม่โทรกลับ กำลังจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋า อ้าว.. มีข้อความด้วยนี่หว่า
" ไอ้บ้ารับโทรศัพท์สิ แกติดแล้วนะโว๊ย " … งง ข้อความอาซ้อ ใช้เวลาโหลด 30 วินาที เอื๊อก!!! ความรู้สึกแรก  …อึ้ง
โทรกลับก็ไม่รับอีก เลยโทรหาท่านแม่ สรุปว่าอาซ้อโทรไรยงานท่านแม่เรียบร้อย ข่าวกระจายไปสู่ท่านพ่อ และท่านพี่ ส่วนตัวเอง …รู้สุดท้ายเลย  ถึงอย่างงั้นก็เถอะนะ ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะได้จริงๆ จนโทรไปถามนั่นแหละ เค้าบอกว่าติด MD04 ถึงได้ใจชื้นขึ้นมามั่ง ถ้าติด ODOD ใช้ทุน 12 ปีคงคิดหนักเหมือนกัน

  • ตรวจร่างกาย + สอบจิตวิทยา + สัมภาษณ์

ตอนเช้าของวันที่ 9 ตรวจร่างกาย มีเจาะเลือด (ทำเส้นเลือดข้าพเจ้าแตกด้วย โหดร้ายมาก!!) ตรวจสายตา ตรวจการได้ยิน เอ๊กซเรย์ อะไรก็ว่ากันไป บ่ายก็ไปสอบจิตวิทยาข้อสอบเกือบ 600 ไม่บ้างานนี้จะบ้างานไหนก็ไม่รู้ มีรูปหยดหมึกให้ดูแล้วก็ให้ตอบว่าเป็นเป็นรูปอะไร 10 ภาพ ภาพละ 3 นาที (หอคอย ช้างเต้นระบำ คนตักน้ำ ม้าเหล็ก มาดากัสการ์ ว่าไปนู่น…) ผ่านวุ๊ย ไม่ได้เป็นโรคจิต^^ วันถัดมามีสอบสัมภาษณ์ เค้าเรียกจากเลขที่ 1 ลงไป สลับกับเรียกจากลำดับสุดท้าย(ที่ 40) ขึ้นมา ข้าพเจ้าอยู่ลำดับที่ 22 รอจนหายตื่นเต้น ก็ดีเหมือนกัน พอเดินเข้าไปก็ไหว้งามๆ รอจนอาจารย์บอกให้นั่งแล้วค่อยนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม แล้วก็บอกให้แนะนำตัวบอกไปเล้ย ชื่อจริง ชื่อเล่น โรงเรียน จังหวัด จบ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เค้าก็เลยถามว่าแค่นี้เหรอ แนะนำครอบครัวซิ ก็ว่าไปอีก ครอบครัว 4 คนมีใครบ้าง พ่อแม่ทำงานอะไร พี่เรียนที่ไหน อายุเท่าไหร่ จบอีก แล้วเค้าก็บอกให้เดินให้ดู แล้วก็บอกว่าหมอไม่เดินแบบนี้ ปรับปรุงได้ไม๊ (งง?? หมอไม่ใช้เท้าเดินเหรอ??) เหอะๆๆๆ แล้วก็ถามนู่นถามนี่ วันธรรมดาใส่กระโปรงไม๊ (น่าน.. ชัวร์ ถามมาเลยไม๊ว่าเป็นทอมรึเปล่าอิอิ แอบขำ) สุดท้าย มีคนที่ชอบรึยัง ?  เอื๊อก!!! (จะเป็นหมอต้องมีคนที่ชอบด้วยเหรอคะ?) แล้วก็อ่านบทความสั้นๆแล้วตอบคำถาม บทความมีอันนึงที่เกี่ยวกับความรู้ เล็กๆน้อยๆ เช่นเรื่องหวยใต้ดิน สินเชื่อไรเนี่ย พรบ.แพทย์ ส่วนอีกรื่องจะเป็นพวกคุณธรรม การแก้ปัญหา ประมาณนี้มั้งแล้วก็ผ่านไปด้วยดี^^

  • Today

รายงานตัว + ทำสัญญา ค่อนข้างชัวร์ละนะว่าจะได้เรียนหมอจริงๆ อดใจหวิวๆไม่ได้ เพราะดูเรื่อง The Lake House (ความผิดทิพย์) นางเอกเป็นหมอ (จินตนาการว่าตัวเองเป็นนางเอกซะงั้น 555+) ชีวิตมันช่างไม่มีรสชาติเอาซะเลย งานก็หนัก ในเรื่องทำงานติดต่อกัน 30 ชั่วโมง YY (ขอเวลานอนวันละ 12 ชั่วโมงไม่ได้เหรอ?) งาน งาน งานนี่ไปเรียนจะไม่มีแต่ เรียน เรียน เรียน รึไงหว่า วู้ว… กลุ้ม จะรอดไม๊ว๊า มันต้องขยันๆใช่ไม๊หละ แต่ว่า… เหอเหอ ไอ้เรามันก็ขี้เกียจซะด้วยสิ จะสนุกเหมือนที่คิดไว้ไม๊น้า… แต่ก็คงต้องทำให้ได้แหละ ต้องทำได้อยู่แล้ว ก้อยซะอย่างนี่เนอะ ^________^
ท่านพี่ข้าพเจ้าก็เรียนเลิกดึกๆดื่นๆ ตอนไปขอนแก่นรอกินข้าวด้วยตั้งแต่ 4 โมงเย็น ถึงทุ่มนึงยังไม่เลิกเรียน
แล้วยังต้องเรียงฟันเกือบทุกวัน (มันคือไรหว่า??)
โทรไปทีไรก็ทำแลปๆๆๆๆ เหอะๆๆๆ เรียนไปเลย ขยันเข้าไป
หาแฟนไม่ได้จะหาว่าไม่เตือน 555+
แล้วนี่ถ้าไปอยู่ด้วยจะมีเวลาไปไหนมาไหนด้วยกันไม๊เนี่ย แต่งงานกับฟันซะนะ… เซ็ง

 

ความรู้สึกที่หลายๆคนเผชิญอยู่ตอนนี้ เค้าเป็นคนนึง ที่เคยรู้จักมันมาเหมือนกัน
เหนื่อย หนัก ไม่ไหวแล้ว อยากจบๆ มันไปเร็วๆ
พยายามมากขึ้นอีกเถอะนะ เพื่อวันข้างหน้า เวลาที่เราย้อนมองกลับมา เราจะได้ไม่เสียใจ
อย่างน้อยเราก็ได้ทำเต็มที่ ก็ในเมื่อเต็มที่แล้วมันได้เท่านี้ แล้วเราจะไม่เสียใจเลย
ตรงกันข้าม ถ้าวันนี้เราไม่เต็มที่กับอะไรที่เป็นอยู่ เวลาย้อนมองกลับมา คงจะนึกเสียดาย
ถ้าเพียงแต่วันนั้น……
อย่าคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ มีศักกายภาพไม่เพียงพอ
พยายามลองให้ถึงที่สุด ทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยเพื่อตัวเอง
ถึงแม้ไม่ได้ในสิ่งที่หวังเอาไว้ เราก็ได้พยายามทำ เพื่อสิ่งที่เราหวังเอาไว้อย่างเต็มที่แล้ว
แล้วเราจะภาคภูมิใจกับมัน…… จริงๆ

 

 

 

 

 

ความเห็น
  1. แพรวพรรณ พูดว่า:

    ขอเวลานอนวันละ 12 ชั่วโมงไม่ได้เหรอ?
    นั่นสิ!  {^O^}

  2. Blackice พูดว่า:

    สุดท้ายก้อติด เหอๆ
    หมอกบ เอ๊ย หมอก้อย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s