เทพมารสะท้านภพ *( คุณหนูกู่ VS คุณชายฟง )

Posted: กันยายน 19, 2006 in Uncategorized
 
 
 
          ท้องถนนของเมืองหนันคัง ย่อมไม่ครึกครื้นเท่ากับเมืองใหญ่เช่นหวงโจวหรืออู่ชาง แต่ก็เป็นภาพลักษณ์ของเมืองน้อยที่ร่มเย็น บนพื้นที่ว่างใจกลางเมือง มีแผงลอยที่ชาวบ้านตามที่ต่างๆ นำผลไม้และสิ่งของเครื่องใช้มาจำหน่ายในราคาย่อมเยา ชักจูงให้ผู้คนละแวกใกล้เคียงรุดมาเลือกซื้อกัน
          ยังมีพ่อค้าขายอาหารปรุงสุกทันที ฉวยโอกาสก่อกระโจมอยู่สองฟากข้าง ตั้งโต๊ะหลายโต๊ะ กลับมีผู้คนมาอุดหนุนไม่น้อย
          กู่เชี่ยนเหลียน กลับคืนสู่ความซุกซนกระปรี้กระเปร่า ฉุดลาก ฟงสิงเลี่ย ไปตามที่ต่างๆ พอเห็นสถานที่ดื่มกินเช่นนี้ รีบฉุดลากฟงสิงเลี่ยถึงโต๊ะว่างตัวหนึ่ง สั่งบะหมี่เนื้อสองชาม รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย
          ฟงสิงเลี่ยก็หิวโหยเช่นกัน ชั่วพริบตาก็รับประทานจนหมดชาม แม้กระทั่งน้ำซุปก็เทลงท้องจนหมดสิ้น
          กู่เชี่ยนเหลียนหัวร่อคิกคำหนึ่ง กล่าวว่า
          " ท่านรับประท่านเช่นนี้ จะล่วงรู้รสชาติของหมี่ชามนี้ได้อย่างไร? "
          ฟงสิงเลี่ยแทบไม่เชื่อว่ากู่เชี่ยนเหลียนที่เริงร่าดุจสกุณาน้อย ที่เบื้องหน้า คือหญิงสาวที่ละห้อยหดหู่เมื่อครู่ พอฟังยกมือลูบท้อง กล่าวว่า
          " เร็วมีรสชาติของเร็ว ช้ามีรสชาติของช้า ข้าพเจ้าไม่ตำหนิท่านรับประทานช้าไม่ทันใจ ท่านยังติเตียนข้าพเจ้า "
          กู่เชี่ยนเหลียนคีบบะหมี่ขึ้นมา กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า
          " มีแต่รับประทานช้าจึงยืดความสุขของการรับประทานให้ยาวออกไป วิธีรับประทานของท่านแม้ทันใจ แต่ช่วงเวลากระชั้นสั้นไปแล้ว "
          ฟงสิงเลี่ยงงงันวูบหนึ่ง รู้สึกว่าคำพูดของนางมักมีเหตุผลข้างๆคูๆอยู่บ้าง ยามนั้นกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ไม่กล้าถกเถียงกับนางต่อไป มองดูนางรับประทานอีกหลายคำ ค่อยกล่าวว่า
           " ท่านคล้ายไม่รีบร้อบกลับตำหนักอลงกรณ์แม้แต่น้อย "
           กู่เชี่ยนเหลียนวางตะเกียบลง ยิ้มอย่างอ่อนหวาน กล่าวว่า
           " ฟางเยี่ยหวี่ไม่รีบร้อน พวกเราไยต้องรีบร้อน อย่าว่าแต่…. "
           นางชม้ายมองมันอย่างตัดพ้อ พลางกล่าวสืบต่อ
           " อย่าว่าแต่ข้าพเจ้าก็ไม่คิดรีบกลับไป "
           ฟงสิงเลี่ยอับจนปัญญาต่อนาง พานปิดปากลง สั่งน้ำชาป้านหนึ่ง จิบดื่มอย่างสบายอารมณ์
           กู่เชี่ยนเหลียนทางหนึ่งจิบชา ทางหนึ่งมองดูมัน ใบหน้าแย้มยิ้มพริ้งพราย คล้ายกับว่าขอเพียงอยู่ร่วมกัยมัน ก็พึงพอใจแล้ว
           ฟงสิงเลี่ยเห็นกู่เชี่ยนเหลียนยินดีปรีดาถึงเพียงนี้ พลอยเบิกบานใจขึ้นมา กล่าวว่า
           " เมื่อครู่ท่านทิ้งรหัสเครื่องหมายอยู่ตามมุมถนนตลอดเวลา เหตุใดจนบัดนี้ยังไม่เห็นมีคนมาติดต่อกับท่าน? "
           กู่เชี่ยนเหลียนไม่ตอบคำถามข้อนี้ กลับกล่าวว่า
           " จำได้หรือไม่ว่า ค่ำคืนก่อนที่จะเผาเรือโจรของปู่ตี้ ข้าพเจ้าเคยบอกความลับของตำหนักอลงกรณืต่อท่านประการหนึ่ง ท่านยังจำได้หรือไม่? "
           ฟงสิงเลี่ยหวนนึกถึงค่ำคืนนั้น หลังจากช่วยเหลือนางจากเงื้อมมือผมขาวหลิวเหยาจี ก็เข้าพักโรงเตี๊ยมกลางวิกาล ทั้งสองกระซิบกระซาบกัน ในใจบังเกิดความวาบหวาน หลังจากผ่านการสวมกอดกลางสายฝน เขื่อนป้องกันที่ฟงสิงเลี่ยเคยก่อไว้ เพื่อกางกั้นมันกับนาง ได้ถูกกระแสน้ำใจที่เพาะสร้างจากการฟันฝ่าอันตราย และแรงดึงดูดซึ่งกันและกันของบุรุษสตรีทะลวงทำลายแตกเป็นช่องใหญ่ พอฟังกู่เชี่ยนเหลียนรื้อฟื้นเอ่ยถึงความลับซึ่งยังไม่มีโอกาสบอกออกมา ฟงสิงเลี่ยจึงตอบว่า
           " ย่อมจำได้ "
           กู่เชี่ยนเหลียนกล่าวอย่างแง่งอนว่า
           " อย่างนั้นท่านไฉนกระทั่งถามยังไม่ถาม หรือว่าท่านไม่กังวลสนใจต่อเรื่องของเชี่ยนเหลียนแม้แต่น้อย? "
           ฟงสิงเลี่ยคิดไม่ถึงว่าจะมีโทษฐานรุนแรงถึงเพียงนี้ ต้องฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า
           " หากท่านคิดบอกย่อมบอกออกมา ด้วยแบบฉบับของคุณหนูท่าน ข้าพเจ้าคิดไม่ฟังก็ไม่ได้ แต่หากข้าพเจ้าถามท่าน ไม่ทราบท่านจะเล่นลวดลายใดกลั่นแกล้งก่อกวนข้าพเจ้าอีก? "
           กู่เชี่ยนเหลียนหัวร่อคิกออกมา ค้อนมันวงหนึ่ง ท่วงท่าที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ดึงดูดใจของฟงสิงเลี่ย ถึงกับใจสั่นสะท้าน หรือว่าตนเองสลัดลืมเลือนจิ้นปิงหวินไปแล้ว?
           กู่เชี่ยนเหลียนเห็นมันมีสีหน้าท่าทีผิดปรกติ จึงถามว่า
           " ท่านคิดอะไร "
           ฟงสิงเลี่ยมองดูกู่เชี่ยนเหลียน ลอบทอดถอนใจคำหนึ่ง จิ้นปิงหวินและกู่เชี่ยนเหลียนมีนิสัยใจคอและบุคลิกลักษณะอยู่คนละสุดปลาย ฝ่ายแรกคล้ายถูกกักขังอยู่ในห้วงความผิดหวังและเศร้าสร้อยตลอดกาล ฝ่ายหลังกลับมุ่งมั่นแสวงหา เต็มไปด้วยพลังชีวิตอันกระตือรือร้น
           กู่เชี่ยนเหลียนค่อยๆทับถมความว่างเปล่าในจิตใจของมัน อันเนื่องมาจากการจากไปของจิ้นปิงหวินทีละน้อย
           ภายใต้แรงกดดันของศัตรู ไม่มีผู้ใดทราบว่าพรุ่งนี้ใช่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ในเมื่อวันข้างหน้าไม่ยาวนาน เหตุใดไม่ทะนุถนอมช่วงเวลาเฉพาะหน้าให้ดี?
           หากว่าอาการบาดเจ็บที่แปลกประหลาดของตนเองสามารถรักษาทุเลา ภารกิจแรกคือท้าสู้กับผังปาน เพื่อชดเชยความปวดร้าวรันทดจากการที่อธรรมศักดิ์สิทธิ์ต่อสู้จนตัวตายเพื่อช่วยชีวิตมัน รวมทั้งแผลหัวใจที่ได้รับจากการถูกจิ้นปิงหวินหลอกลวง
           เมื่อนึกได้เช่นนี้ ประตูหัวใจที่ปิดตายของมันค่อยเปิดออก เห็นว่ามันสมควรดีต่อหญิงสาวที่รักมั่นต่อมัน ขณะที่กู่เชี่ยนเหลียนก็กอปรด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ สามารถมอบความรักซึ่งจิ้นปิงหวินไม่เคยให้แก่มันอย่างเด่นชัด
           กู่เชี่ยนเหลียนยกนิ้วมือแตะริมฝีปาก เป็นความหมายว่าอย่าได้เอ่ยปาก ยิ้มอย่างอ่อนหวาน กล่าวว่า
           " ให้ข้าพเจ้าคาดเดาดูว่า ในสมองของคุณชายฟงบรรจุสิ่งของใด? "
           ฟงสิงเลี่ยบังเกิดความคึกคะนองขึ้น หวนนึกถึงตนเองเป็นลูกผู้ชายชาตรี หากสู้จอมเจ้าเล่ห์น้อยนางนี้ไม่ได้ ไหนเลยกล้าสู้หน้าผู้คนได้ ดังนั้นใช้สมองคิดว่า จะเอาชนะนางอย่างไร
           แม้แต่มันเองก็ไม่รู้ตัวว่า หลังจากผ่านเส้นทางชีวิตอันยาวไกลช่วงหนึ่ง ในที่สุดมันเปลี่ยนจากชืดชาไม่สนใจและพยายามปฏิเสธกลายเป็นยอมรับและทุ่มเท ซ่องเสพกับความสุขของการอยู่ร่วมกับหญิงงามเบื้องหน้านี้
            นี่มิใช่ความหมายว่ามันปันใจเป็นอื่น หากแต่ในชีวิตผู้คนไม่อาจจมอยู่ในห้วงความปวดร้าวและทอดอาลัยตายอยากไปตลอดชีวิต การตายของอธรรมศักดิ์สิทธิ์และความรักของกู่เชี่ยนเหลียน เป็นหลักเหตุผลที่กระตุ้นให้มันเข้มแข็งขึ้นมา
            กู่เชี่ยนเหลียนทำท่าครุ่นคิดคาดเดา กล่าวว่า
            " ท่านกำลังคิดว่า… "
            นางไม่ทันบอกออกมา ฟงสิงเลี่ยก็สั่นศีรษะเป็นการใหญ่ จึงกล่าวอย่างขุ่นเคืองแง่งอนว่า
            " ผู้อื่นไม่ทันบอกออกมา ท่านทราบได้อย่างไรว่าคาดเดาไม่ถูก? "
            ฟงสิงเลี่ยหัวร่อฮาฮา กล่าวว่า
            " คุณหนูกู่มีอิทธิฤทธิ์สักเท่าใด ยังปิดบังเราฟงสิงเลี่ยได้หรือ? ย่อมทราบว่าท่านคาดเดาผิด "
            มันน้อยครั้งจะ " ปฏิบัติการตอบโต้ " เช่นนี้ กู่เชี่ยนเหลียนต้องลืมตากลมกว้าง กล่าวว่า
            " บอกมาเถอะ หากคาดเดาจิตใจข้าพเจ้าออก เชี่ยนเหลียนจะ…จะให้ท่าน… "
            ฟงสิงเลี่ยเห็นกู่เชี่ยนเหลียนตกเป็นเบี้ยล่างเป็นครั้งแรก รู้สึกสมใจยิ่ง ยิ้มพลางกล่าวว่า
            " ให้เราฟงสิงเลี่ยได้ดิบได้ดีหรือ? "
            กู่เชี่ยนเหลียนขบริมฝีปากล่าง ขยี้เท้า กล่าวว่า
            " คิดรังแกผู้อื่นหรือ? รีบบอกออกมา " 
            ฟงสิงเลี่ยยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า
            " ที่บรรจุในสมองข้าพเจ้ามิใช่สิ่งของ หากแต่เป็นคำสองคำ ตอนนั้นเพียงจำแนกออกว่า ซีกซ้ายเป็นคำ ‘หนี่’ (หญิง) ถัดจากนั้นคล้ายเป็นยันต์ปีศาจ ยุ่งเหยิงจนข้าพเจ้าจำแนกไม่ออก "
            กู่เชี่ยนเหลียนหน้าแดงวูบหนึ่ง ทั้งอับอายทั้งขุ่นเคือง ไม่ทราบว่าฟงสิงเลี่ยจำแนกข้อความที่นางเขียนที่กลางหลังของมันไม่ออกจริงๆ หรือจงใจกลั่นแกล้งนาง
            ฟงสิงเลี่ยกล่าวสืบต่อ
            " คำล่างคล้ายเป็นคำ ‘หนี่’ (ท่าน) สำหรับคำข้างบนไม่ว่าอย่างไรก็จำแนกไม่ออก เพราะซีกขวาของคำ ‘หนี่’ (หญิง) สามารถเขียนเป็นอักษรมากมาย ที่แท้เป็นตัวหนังสือใด? "
            กู่เชี่ยนเหลียนเห็นฟงสิงเลี่ยขมวดคิ้วทำท่าครุ่นคิด ในที่สุดทราบว่าหลงกลอีกฝ่าย ต้องกระเง้ากระงอดว่า
            " สิงเลี่ยเอย ผู้อื่นยังไม่ทันแต่งให้กับท่าน ท่านก็รังแกผู้อื่น… "
            ยากนักที่กู่เชี่ยนเหลียนกล่าวคำพูดที่เปิดเผยเช่นนี้ออกมา ฟงสิงเลี่ยต้องงงันวูบหนึ่ง จากนั้นได้คิดว่ากู่เชี่ยนเหลียนกำลังตอบโต้กลับมา พานตัดใจอย่างเด็ดเดี่ยว ยกมือตบหน้าผากตัวเอง จากนั้นยกมือทำท่ายอมแพ้ กล่าวว่า
            " ข้าพเจ้าผู้นี้โง่เขลาสุดเยียวยาจริงๆ ลืมเลือนว่ามี ‘หนี่’ (สตรี) จึงมี ‘เจีย’ (ครอบครัว) ได้ เมื่อผสมเข้าด้วยกันเป็นคำ ‘เจี้ย’ (แต่งงาน) ตกลง ข้าพเจ้าจะประกาศต่อยุทธจักรว่า ไม่อาจทนรับการเย้ายวนของคุณหนูกู่ ในที่สุดพลัดตกหลุมรัก "
            มันความจริงเป็นบุคคลกรุ้งกริ่งกรุยกราย เพียงแต่ได้รับความกระทบกระเทือนใจจากจิ้นปิงหวิน บังเกิดความท้อแท้ทอดอาลัย ยามนี้สลัดหลุดจากเครื่องผูกมัด กลับคืนสู่บุคลิกลักษณะเดิม
            กู่เชี่ยนเหลียนก้มศีรษะอย่างเอียงอาย กล่าวเบาๆว่า
            " อย่าลืมว่าลูกผู้ชายมีวาจาเป็นสัจจะ "
            จากนั้นนึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง กล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า
            " ผู้ใดเย้ายวนท่าน? "
            เมื่อครู่นางยังคิดบอกความลับนั้นต่อฟงสิงเลี่ย ยามนี้พูดจาในเชิงชู้สาว ไม่ว่าเรื่องใดล้วนสลัดลืมเลือน
            ฟงสิงเลี่ยนับว่าหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมอันขมขื่นเป็นครั้งแรก ปลุกปลอบความกล้าหาญขึ้น แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการช่วงชิงความเป็นใหญ่ในยุทธจักร เพียงแต่คิดกำราบหญิงสาวที่น่ารักไว้ชั่วคราว ยามนั้นเรียกเสียงนุ่มนวลว่า
            " เชี่ยนเหลียน " 
            กู่เชี่ยนเหลียนไม่เคยได้ยินฟงสิงเลี่ยเรียกหาด้วยความนุ่มนวลถึงเพียงนี้มาก่อน ต้องสะท้านขึ้นเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมา กล่าวด้วยความปีติเอียงอายว่า
            " เรื่องอันใด " 
            ฟงสิงเลี่ยทราบว่านางปราศจากการระวังป้องกันจึงกล่าวว่า
            " ให้ข้าพเจ้าจุมพิตท่านได้หรือไม่? "
            ต่อให้กู่เชี่ยนเหลียนเติบโตเต็มสาว จะอย่างไรยังเป็นอิสตรีที่ไม่เคยผ่านเรื่องราวของชายหญิงมาก่อน ต่างกับฟงสิงเลี่ยที่มากด้วยประสบการณ์ ฟงสิงเลี่ยก็เล็งเห็นข้อนี้ เปิดฉากเป็นฝ่ายรุก
            นับตั้งแต่ทั้งสองรู้จักกันมา เป็นกู่เชี่ยนเหลียนดำเนินการรุกตลอด ยามนี้ฟงสิงเลี่ยชิงเป็นฝ่ายรุก สร้างความเบิกบานสำราญใจเหนี่ยวรั้งหัวใจของทั้งสองเข้าใกล้กว่าเดิม
            กู่เชี่ยนเหลียนหน้าแดงเข้มจรดใบหู หัวใจบังเกิดเป็นระลอก แอบมองผู้ดื่มกินละแวกใกล้เคียงซึ่งเริ่มจับตาดูพวกนาง กล่าวอย่างงุนงงว่า
            " ที่นี้หรือ? " 
            อาศัยคำพูดนี้เป็นที่เห็นได้ว่า กู่เชี่ยนเหลียนใจกล้ากว่าดรุณีในหอห้องนับร้อยพันเท่า ทั้งนี้เพราะนางไม่ได้ปฏิเสธ เพียงลังเลว่าที่นี้ใช่เหมาะสมหรือไม่
            ฟงสิงเลี่ยกล่าวอย่างเป็นจริงเป็นจังว่า
            " ย่อมเป็นที่นี้ "
            กู่เชี่ยนเหลียนกลอกตาอันประเปรียวตลบหนึ่ง ดูออกว่าฟงสิงเลี่ยแสร้งขู่ขวัญ ดังนั้นแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน พานไม่สนใจสายตารอบข้าง แหงนเงยหน้าเล็กน้อย แย้มริบฝีปากรูปกระจับ ปล่อยให้อีกฝ่ายชื่นชมอย่างเต็มที่
            คราครั้งนี้ถึงรอบฟงสิงเลี่ยเป็นฝ่ายตะลีงลาน
            จากนั้นมันบังเกิดความขุ่นเคืองใจ หรือว่าทุกครั้งที่ตนเองประมือกับนาง ล้วนพบกับความพ่ายแพ้? ยามนั้นกัดฟันกรอด สองมือยันขอบโต๊ะ คิดหมายข้ามโต๊ะไปกลืนกินนาง
            ตาคู่งามที่หลับพริ้มเล็กน้อยของกู่เชี่ยนเหลียนทอแววแตกตื่นลนลาน ส่งสียงในลำคอคำหนึ่งแทบถึงกับมุดลงใต้โต๊ะ กล่าววิงวอนว่า
            " ครั้งนี้คุณชายฟงปล่อยปละละเว้นเชี่ยนเหลียนเถอะ "
            ฟงสิงเลี่ยหัวร่อฮาฮา กลับคืนสู่ท่านั่งเดิม สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง เต็มไปด้วยความรู้สึกพิชิตชัยมาครอบครอง
            ทั้งสองเกี้ยวพาราสีอย่างเปิดเผย ผู้คนรอบข้างชมดูจนเบิกตาค้าง ฟงสิงเลี่ยยังไม่รู้สึกเป็นอย่างไร กู่เชี่ยนเหลียนจะอย่างไรเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ ทั้งกลัวฟงสิงเลี่ยประพฤติตนนอกลู่นอกทางอีกจึงอ้อนวอนว่า
            " สิงเลี่ย ไปกับเชี่ยนเหลียนเถอะ "
            ฟงสิงเลี่ยคล้ายไม่รู้สึกตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาของผู้อื่น กล่าวอย่างปลอดโปร่งว่า
            " หากท่านไม่บอกต่อข้าพเจ้าว่าจะไปที่ใด ข้าพเจ้าจึงไม่ปล่อยให้ท่านพาไปราวกับตัวโง่งมตนหนึ่ง "
            ระหว่างทำ " สงครามความรัก " กับกู่เชี่ยนเหลียน มันไม่เคยช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบมาก่อน จึงหวงแหนเป็นพิเศษ
            กู่เชี่ยนเหลียนระงับขวัญอันแตกตื่น กล่าวว่า 
            " ผู้อื่นกลัวแล้ว เมื่อคืนเชี่ยนเหลียนตากฝน รู้สึกตะครั่นตะครอไม่ใคร่สบาย คิดไปยังร้านขายยา เจียดยาไล่ลมสักเทียบหนึ่ง ท่านที่แท้จะไปเป็นเพื่อนข้าพเจ้าหรือไม่? "
            ฟงสิงเลี่ยฝืนยิ้มออกมา ทราบว่าถึงแม้ตัวเองได้ชัยอยู่บ้าง จะอย่างไรมิใช่คู่ใอของหญิงสาวเจ้าเล่ห์นี้ ได้แต่แบมืออบ่างอับจนปัญญากล่าวว่า
            " ข้าพเจ้าไหนเลยกล้าบอกว่า ‘ไม่’ หากเป็นเหตุให้อาการป่วยของคุณหนูกู่เลวร้ายลง ผู้ใดรับผิดชอบได้? "
 
 
เทพมารสะท้านภพ เล่ม 5
หวงอี้/ประพันธ์
น.นพรัตน์/เรียบเรียง
 
ความเห็น
  1. แพรวพรรณ พูดว่า:

    5555+
     
    ข้าพเจ้าคิดว่าท่านต้องทราบ
     
    เรื่องราวของท่านทำให้ข้าพเจ้าประทับใจตั้งแต่เริ่มชื่อของบุรุษผู้นี้แล้ว…  จริงหรือไม่.. ^^
     
    5555+

  2. Mayura พูดว่า:

    โอ…. ข้าพเจ้ากลับลืมเลือนคุณชายฟงของท่านไป
    เนื่องเพราะคุณชายฟง "ของท่าน" ล้วนไม่มีคุณสมบัติเทียบเท่า "คุณชายฟง" ฟงสิงเลี่ย แม้แต่น้อย
    หาไม่ข้าพเจ้าไหนเลยชื่นชม "เลี่ยหลาง" อีกทั้งยังชมชอบจอมเจ้าเล่ห์น้อย "กู่เชี่ยนเหลียน"
    ตัวละครอันวิเศษ
    เชี่ยนเหลียนเอย … ข้าพเจ้าหลงรักท่านหมดใจแล้วทราบหรือไม่?

  3. Mayura พูดว่า:

    ข้าพเจ้าเพียงปรารถนาเก่งกล้าสามารถได้เพียงครึ่งหนึ่งของนางมารน้อยนี้
    กล้ารัก…. กล้าแค้น…
    ข้าพเจ้าเพียงกล้าแค้น… 
    แต่มิกล้ารัก….
    น่าสมเพชยิ่ง!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s